พลังพลเมืองตื่นรู้กับภารกิจขับเคลื่อน ‘ความมั่นคงทางอาหาร’

Must Read

บิ๊กป้อมอาลัย..สิ้นแล้ว “คุณแม่สายสนี”ในวัย 99ปี

คุณแม่สายสนี วงษ์สุวรรณมารดาบิ๊กป้อมถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวัย 99ปีด้วยโรคไต และโรคชรา

มดดำ จับโป๊ะ แอน จักรพงษ์ กลางรายการแฉ ทำเอาถึงขั้นเสียอาการ

แขกรับเชิญล่าสุด #รายการแฉ ออกอากาศทางช่อง GMM25 คือสตรีข้ามเพศพันล้าน แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ

เปิดมุมมองใหม่ในงาน Startup Thailand x Innovation Thailand Expo 2020 จุดประกาย Touchless จุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจไร้สัมผัส

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจทันสมัย ชวนคนไทยเปิดมุมมองสตาร์ทอัพวิถีใหม่ (New Normal) เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดและนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจในยุคดิจิทัล (Digital Transformation) หรือ Touchless ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจไร้สัมผัส ซึ่งทำให้เกิดการปรับตัวในทุกภาคส่วน

วิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย หลายชุมชนทั้งในเขตเมืองและชนบทต่างต้องหาวิธีจัดการเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากนี้ให้ได้ เนื่องจากปัญหาปากท้องเป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะที่เหมาะสม 

การจัดประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ในวันที่ 16-17 ธันวาคม 2563 ภายใต้แนวคิดหลัก ‘พลังพลเมืองตื่นรู้ สู้วิกฤตสุขภาพ’ จึงมีเรื่อง ‘ความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต’ เป็นหนึ่งในร่างระเบียบวาระในงานดังกล่าว ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (side event) ‘ความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต’ เพื่อให้ภาคีเครือข่ายได้มีส่วนร่วมและให้ข้อเสนอต่อการพัฒนานโยบายสาธารณะในประเด็นดังกล่าว โดยจัดในพื้นที่ของสวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2563 ซึ่งในเวทีดังกล่าวมีตลาดสินค้าเพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงและกระจายอาหารจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคตามแนวทางของวิถีเกษตรกรรมยั่งยืนและสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วย

สร้างพลเมืองตื่นรู้ ดันวาระความมั่นคงทางอาหาร

นายเจษฎา มิ่งสมร ประธานอนุกรรมการการมีส่วนร่วมและสร้างการเรียนรู้ของภาคีเครือข่าย กล่าวในเวทีฯ ว่า “การทำเกษตรกรรมยั่งยืนที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคเชื่อมถึงกันโดยตรงเป็นเศรษฐกิจที่วางอยู่บนฐานของความเชื่อใจ ช่วยให้ผู้ผลิตลดภาระจากการกู้หนี้ยืมสิน ที่ดินไม่หลุดมือ ลดการใช้สารเคมี ซึ่งจะย้อนกลับมาส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค และเป็นเศรษฐกิจในมิติใหม่ที่ประเทศไทยควรใช้ในอนาคต”

ด้าน นพ.สมชาย พีรปกรณ์ ประธานอนุกรรมการวิชาการ กล่าวว่า สังคมไทยกำลังเผชิญวิกฤตสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายประการ พลเมืองตื่นรู้หรือ active citizen จะเป็นพลังสำคัญต่อการรับมือวิกฤตดังกล่าว “เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งคือปัจจัยสี่ ปัญหาที่เราพบมากที่สุดช่วงโควิดคือ อาหารการกินซึ่งก็คือความมั่นคงทางอาหาร ทำให้คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเห็นว่าควรคุยเรื่องนี้ด้วย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและการเคลื่อนไหวทางสังคม เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย เมื่อออกเป็นมติสมัชชาฯ แล้ว กระบวนการจะไหลขึ้นไปถึงคณะรัฐมนตรีเพื่อให้พิจารณาสั่งการต่อไป”

ภายในงานมีเครือข่ายต่างๆ มาร่วมเปิดร้านขายอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากฐานทรัพยากรชุมชน ผักอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์และอื่น ๆ ให้เลือกซื้อหา โดยมีวิธีคิดเบื้องหลังในการทำเกษตรกรรมที่ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ขณะเดียวกันก็สามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพและพอเพียงตามความจำเป็นพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรและผู้บริโภค พึ่งพาตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเอื้ออำนวยให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นสามารถพัฒนาได้อย่างเป็นอิสระ

นอกจากนี้ ยังมีการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘ความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต’ ซึ่งมีตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดมาร่วมพูดคุย ให้ข้อมูล และให้ข้อเสนอแนะที่ควรนำไปผลักดันเป็นนโยบาย

โควิด-19 กับการขาดแคลนอาหาร

นายมานพ แก้วผกา ผู้ประสานงานกลุ่มโรงงานสมานฉันท์ เล่าถึงความยากลำบากจากสถานการณ์โควิด-19 ว่า เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่มของเขาไม่มีงานตัดเย็บเสื้อผ้า สมาชิกในกลุ่มจะกลับบ้านก็ไม่มีค่ารถ ที่ดินทำกินในต่างจังหวัดก็ไม่มีเหลือแล้ว ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องอาหารการกิน ยังดีที่มีการปลูกผักอายุสั้นไว้ ช่วยให้สามารถมีอาหารพอประทังชีวิตไปได้

“มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนทำโครงการปันอาหารปันชีวิต รวบรวมผู้คนที่สนับสนุนเงินซื้อผักปลอดสารพิษจากเกษตรกรทั่วประเทศแล้วมาบริจาคให้กับกลุ่มคนที่มีปัญหา ทำให้พวกเราพออยู่ได้ เปิดครัวกลางสองเดือน ทำอาหารปันให้คนในชุมชนสองร้อยห้าสิบคน รวมทั้งให้คนไร้บ้านด้วย” มานพเล่า

ขณะที่ นางสาวพรทิพย์ วงศ์จอม จากครัวชุมชนสวนพลู เล่าว่า ช่วงโควิด-19 ระบาดใหม่ๆ คนในชุมชนที่ทำงานขับแท็กซี่ ขับสามล้อ หรือพนักงานออฟฟิศต่างต้องหยุดงาน แม้ในแง่การป้องกันตัวจากโควิดจะทำได้ดี แต่ผู้คนก็เผชิญความยากลำบากแทบไม่มีกิน เธอและคนในชุมชนจึงใช้วิธีเรี่ยไรเงินคนละ 20-100 บาทเพื่อซื้ออาหารมาแบ่งกัน บวกกับมีผักสวนครัวส่วนกลางช่วยให้ผ่านภาวะบีบคั้นไปได้ “เรามีเงินแค่นี้จะทำยังไงให้ได้อาหารมากกว่าเดิม ก็ไม่ใช่โฟม ไม่ใช้ถุงพลาสติก ใครมีอะไรก็กองรวมกันตรงกลาง ช่วงแรกๆ มีคนเอาถุงยังชีพมาให้ก็รวมกันไว้ตรงกลาง ใช้เตาแก๊สกลาง หมุนเวียนกันมาทำ”

ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่ทำตลาดอินทรีย์ ผลิตผลกลับขายดีขึ้น มีพ่อค้าแม่ค้าสนใจเข้าร่วมมากขึ้น นางสาวณัชชญา นามกร เกษตรกรรุ่นใหม่จากสวนผักยอดรักและผู้ร่วมก่อตั้งตลาดกรีนชินตา จังหวัดตรัง เล่าว่า สิ่งที่เธอและผู้คนร่วมกันทำคือ ตลาดชุมชนที่เน้นอาหารปลอดภัย พึ่งพิงตนเองได้จากฐานทรัพยากรในชุมชน นอกจากนี้พวกเธอยังร่วมกับโครงการปันอาหารปันชีวิต บริจาคอาหารไปยังชุมชนต่างๆ ที่ประสบปัญหา

ผลักดัน ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ เป็นวาระแห่งชาติ

เรื่องราวข้างต้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความมั่นคงทางอาหารมีความสำคัญเพียงใด ทั้งในยามปกติและโดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤต รศ.ดร.ประพาส ปิ่นตบแต่ง จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะทำงานวิชาการในประเด็นนี้ เห็นว่า ในแง่รัฐศาสตร์การสร้างนโยบายสาธารณะที่มาจากการมีส่วนร่วมมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางอาหารเป็นสิ่งที่ควรผลักดันให้รัฐนำไปปฏิบัติ

 “ความมั่นคงทางอาหารคือการที่ผู้คนเข้าถึงอาหารอย่างเสมอหน้า ทั้งปริมาณและคุณภาพ และในกระบวนการการผลิตอาหารยังเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คน เกษตรกรรายย่อย การผลิต การกระจาย การมีอาหารอินทรีย์ที่ผลิตโดยบริษัทใหญ่ๆ จะนำไปสู่ความเปราะบางของเกษตรกรรายย่อยและอธิปไตยทางอาหาร ดังนั้น ความมั่นคงทางอาหารต้องนิยามให้กว้าง เพราะเกี่ยวพันกับการพึ่งตนเอง อิสรภาพทางเมล็ดพันธุ์ และอื่นๆ” รศ.ดร.ประพาสกล่าว

รศ.ดร.ประพาส อธิบายเพิ่มเติมว่า วิกฤตนี้ส่งผลกระทบ 2 มิติคือ การได้มาซึ่งอาหารที่มาจากการมีรายได้ที่เพียงพอ เมื่อคนตกงานส่วนนี้จึงหายไปอย่างมีนัยสำคัญ มิติต่อมาคือ ด้านการเพาะปลูก คนที่อยู่ในชนบทหรือเกษตรกรรายย่อยได้รับผลกระทบด้านอาหารไม่มาก แต่คนจนในเมืองวิกฤตหนักกว่ามากเนื่องจากไม่มีหลังพิงเช่นคนชนบท

สำหรับการรวบรวมข้อเสนอจากเครือข่ายต่างๆ รศ.ดร.ประพาส กล่าวว่า งบประมาณ 4 แสนล้านที่รัฐจะนำมาแก้ปัญหานั้น ควรมีการใช้เงินอย่างมียุทธศาสตร์ คิดนอกกรอบราชการ และมองเห็นชีวิตผู้คนที่ประสบวิกฤตและลงไปให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ในระยะสั้นต้องทำให้เกิดการจัดการ การประสานงาน บูรณาการงานของหน่วยงานต่างๆ พร้อมกับการกระจายอำนาจการจัดการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนในระยะยาวคือการขับเคลื่อนให้ความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระแห่งชาติ

“ในยามวิกฤตควรมีนโยบายให้ทุกคนเข้าถึงอาหารที่เพียงพอ หนุนเสริมความมั่นคงทางอาหารจากฐานของชุมชน เช่น ตู้เย็นรอบบ้าน ธนาคารอาหารชุมชน ตลาดชุมชน ตลาดทางเลือก สังคมเห็นว่ากลไกเหล่านี้ควรได้รับการหนุนเสริมในระยะยาว” รศ.ดร.ประพาส กล่าว

สอดคล้องกับนายมานพและนางสาวพรทิพย์ที่มีข้อเสนอไปยังรัฐบาลคล้ายคลึงกันว่า ควรทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินกู้เพื่อการประกอบอาชีพและการทำโครงการต่างๆ ที่เพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนเป็นไปอย่างสะดวก ง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ติดอยู่กับแนวทางของราชการ เพื่อเปิดให้ชุมชนสามารถออกแบบการทำงานที่สอดคล้องกับตนเองได้

สิ่งสำคัญที่สุด…คงถึงเวลาแล้วที่ “เราทุกคน” ต้องผันตัวเป็น “พลเมืองตื่นรู้” ร่วมกันสร้าง ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเราทุกคนนั่นเอง

 

Latest News

สุดสาคร-มังกรปภาวิน นำทีมนักมวยไทยไฟท์และดาราช่อง 8 ลงพื้นที่ช่วยชาวปักธงชัย จากภัยน้ำท่วมโคราช

หลังจากมีข่าวน้ำท่วมสูงในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านในชุมชนได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมเป็นเวลาหลายวัน

น้องมะลิควงคุณแม่โบว์และคุณตาโชว์ลีลาเดินแบบ

ซี้ปึ๊กกันทุกเรื่อง สำหรับ คุณแม่โบว์ แวนด้า และ น้องมะลิ พาขวัญ ไม่ว่าจะร้องเล่นเต้นโชว์ คุณแม่คุณลูกร่วมแจมกันได้ทุกเรื่อง ล่าสุดทั้ง น้องมะลิ และ แม่โบว์

ทาสในทาส “ตอง ภัครมัย” ต้องชิมอาหารหมาก่อน ในรายการ”นายจ๋า ทาสมาแล้ว” อาทิตย์ที่ 25 ต.ค. 2563 ทางช่อง 8

เลี้ยงและดูแลน้องหมามากว่า 20 ปี ดาราสาว “ตอง” ภัครมัย โปตระนันท์ ถือว่าเป็นทาสหมาของแท้ตัวจริง เรียกว่าเป็นทาสในทาส มีน้องหมา 2 ตัว อายุมากแล้ว

บ่าววี ปลื้มแฟนคลับแห่ให้กำลังใจ ในรายการ “ครัวลั่นทุ่ง”

ไม่ใช่ฮอตเฉพาะกับคนใต้ แต่นักร้องดัง “บ่าววี อาร์สยาม” ได้รับเชิญจาก เอ ไชยา มิตรชัย พิธีกรรายการ “ครัวลั่นทุ่ง” มาร่วมเรียนรู้วิธีเลี้ยงปูนา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง